

เมื่อกล่าวถึงการเดินทางเยือนไต้หวัน ภาพจำของหลายท่านคงหนีไม่พ้นความทันสมัยของตึกไทเป 101 ความคึกคักของย่านการค้าซีเหมินติง หรือมนต์เสน่ห์ของหมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น ทว่าสำหรับนักเดินทางผู้หลงใหลในกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์ และกำลังมองหาสถานที่อันงดงามสำหรับการบันทึกภาพและวิดีโอที่ให้ความรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต ขอแนะนำให้ท่านไปเยือน “คฤหาสน์และสวนตระกูลหลิน” (The Lin Family Mansion and Garden) อัญมณีล้ำค่าแห่งเขตป่านเฉียว (Banqiao) สถานที่ที่จะพาท่านย้อนกาลเวลาไปสัมผัสกับความมั่งคั่งและบารมีของคหบดีผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตกาล

ร่องรอยแห่งความมั่งคั่งในยุคราชวงศ์ชิง
คฤหาสน์แห่งนี้มิได้เป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัย หากแต่เป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงอำนาจและบารมีของ “ตระกูลหลินเปิ๋นหยวน” ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลคหบดีที่มั่งคั่งและทรงอิทธิพลสูงสุดของไต้หวันในยุคราชวงศ์ชิง

จุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อบรรพบุรุษของตระกูลหลินได้อพยพมาจากมณฑลฝูเจี้ยน (ฮกเกี้ยน) ประเทศจีน และได้สร้างฐานะจนมั่งคั่งจากการประกอบกิจการค้าขายและเกษตรกรรม เมื่อประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด จึงได้ริเริ่มการก่อสร้างคฤหาสน์และสวนแห่งนี้ขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1851 – 1893 เพื่อใช้เป็นพำนักสถาน ตลอดจนเป็นสถานที่รับรองแขกบ้านแขกเมืองระดับสูง รวมถึงเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจเพื่อคลายความรำลึกถึงแผ่นดินเกิด ปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นสวนสไตล์จีนดั้งเดิมที่มีความสมบูรณ์แบบและงดงามที่สุดเท่าที่ยังหลงเหลืออยู่ในไต้หวัน

สุนทรียภาพแห่งสถาปัตยกรรมที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ
ความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของคฤหาสน์ตระกูลหลิน คือการออกแบบที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบฮกเกี้ยนตอนใต้ (Southern Fujian) เข้ากับหลักปรัชญาฮวงจุ้ยได้อย่างแยบคาย:
•ความกลมกลืนขององค์ประกอบ: การจัดวางอาคาร ศาลา สระน้ำ และภูเขาจำลอง ล้วนได้รับการออกแบบให้สอดรับกันอย่างลงตัว ทุกย่างก้าวที่ท่านเดินผ่านระเบียงทางเดินอันคดเคี้ยว จะเผยให้เห็นทัศนียภาพที่แปรเปลี่ยนไปราวกับภาพวาดวิจิตรศิลป์ที่ถูกคลี่ออกทีละฉาก

•ศิลปะแห่งลวดลายมงคล: รายละเอียดของการแกะสลักไม้ หิน และหน้าต่างฉลุลายตามจุดต่าง ๆ ล้วนแฝงไว้ด้วยความหมายอันเป็นสิริมงคล อาทิ ค้างคาว สื่อถึงความสุข ดอกโบตั๋น สื่อถึงความมั่งคั่ง และลูกท้อ สื่อถึงความมีอายุยืนยาว
•การคัดสรรวัสดุชั้นเลิศ: วัสดุในการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นไม้หรือหิน ส่วนใหญ่ล้วนถูกลำเลียงข้ามช่องแคบมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทและทุนทรัพย์อันมหาศาลในการรังสรรค์สถาปัตยกรรมแห่งนี้

จุดเยี่ยมชมสำคัญที่ควรค่าแก่การสัมผัส
แม้บริเวณคฤหาสน์จะมีอาณาเขตกว้างขวาง แต่จุดสำคัญที่เป็นผลงานระดับชิ้นเอก (Masterpiece) ประกอบด้วย:
1.เรือนไหลชิง (Laiqing Hall): อาคารสองชั้นที่มีความสูงและหรูหราที่สุดในอาณาบริเวณนี้ ในอดีตถูกใช้เป็นเรือนรับรองแขกผู้มีเกียรติระดับขุนนาง โดดเด่นด้วยงานไม้แกะสลักอันวิจิตรบรรจง และจากบริเวณชั้นบน ท่านสามารถทอดสายตาชมทัศนียภาพของสวนได้อย่างกว้างไกล

2.สระหรงอินและภูเขาจำลอง (Rongyin Pond): สระน้ำขนาดใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยต้นไทรโบราณที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มรื่น ประกอบด้วยศาลากลางน้ำและเส้นทางเดินลอดภูเขาหินจำลอง เป็นมุมที่มอบความรู้สึกสงบร่มเย็นอย่างแท้จริง


3.โถงติ้งจิ้ง (Dingjing Hall): ลานกว้างและโถงอาคารทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่มีความโอ่อ่า สง่างาม ในอดีตใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ครั้งใหญ่ของตระกูล โดยมีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอสำหรับการจัดโต๊ะจัดเลี้ยงได้นับร้อยโต๊ะ
4.ระเบียงทางเดินที่ทอดยาว (Winding Corridors): ทางเดินที่ประดับประดาด้วยหน้าต่างทรงเรขาคณิตและรูปทรงผลไม้นานาชนิด แสงและเงาที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเหล่านี้ในยามบ่าย ถือเป็นมุมยอดนิยมที่สามารถบันทึกภาพถ่ายและวิดีโอสั้นได้งดงามและมีเสน่ห์อย่างยิ่ง


การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ
แม้คฤหาสน์แห่งนี้จะตั้งอยู่ในเขตป่านเฉียว (New Taipei City) แต่การเดินทางจากใจกลางมหานครไทเปนั้นมีความสะดวกสบายเป็นอย่างยิ่ง:
•รถไฟฟ้า MRT: โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (Bannan Line) ลงที่สถานี Fuzhong (BL06) ใช้ทางออกที่ 1 หรือ 3 จากนั้นเดินเท้าตามป้ายบอกทางบริเวณถนน Fuzhong Road มุ่งหน้าสู่ถนน Ximen Street เป็นระยะทางประมาณ 600 เมตร (ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 8-10 นาที) ท่านก็จะถึงบริเวณหน้าทางเข้าคฤหาสน์

ข้อแนะนำก่อนการเข้าชม: คฤหาสน์ตระกูลหลินมีอัตราค่าเข้าชมเพียงเล็กน้อย (ประมาณ 80 NTD) และมีกำหนดปิดทำการในทุกวันจันทร์แรกของเดือน ขอแนะนำให้ท่านเดินทางมาในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายคล้อย เพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและเพื่อให้ได้แสงธรรมชาติที่งดงามที่สุดสำหรับการบันทึกภาพความประทับใจ

